วิเคราะห์การเสริมทัพของ กัลโช่ เซเรีย อา
ศึกกัลโช่ เซเรีย อา 2025 ผ่านมาครึ่งทาง ทีมหัวตารางกำลังขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ลีกแดนมะกะโรนีกันสนุก ซึ่งล้วนแต่เป็นทีมที่สมควรยืนอยู่หัวตารางฟุตบอลลีกอิตาลีทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามในเลกสองจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแต่ละทีมต่างมีจุดที่ต้องปรับเปลี่ยนต่างกันไป…
อินเตอร์ มิลาน ภายใต้การนำของ คริสเตียน คิวู ยังคงความแข็งแกร่งด้วยระบบกองกลางที่แน่นปึ้กนำโดย ฮาคาน คัลฮาโนกลู แต่ปัญหาที่เริ่มปรากฏคือสภาพร่างกายของนักเตะที่เริ่มกรอบในโปรแกรมที่ชุก
การเข้ามาของ คริสเตียน คิวู ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจมาก เพราะเขาเปรียบเสมือน “ลูกหม้อ” ที่เข้าใจจิตวิญญาณของสโมสรเป็นอย่างดี หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการคุมทีมชุดเยาวชนของอินเตอร์ มาก่อนหน้านี้
สไตล์ฟุตบอลของ คริสเตียน คิวู คือ “ความยืดหยุ่นบนรากฐานของวินัย” คิวูไม่ได้ยึดติดกับระบบเดียวแบบตายตัว เช่นยึดระบบ 3-5-2 แบบ อันโตนิโอ คอนเต้ หรือ ซิโมเน่ อินซากี้ เสมอไป แต่เขานำสิ่งที่เรียกว่า “Modern Hybrid System” มาใช้
การสร้างเกมจากแดนหลัง (Build-up from the back) ในฐานะอดีตกองหลังระดับโลก คิวู ให้ความสำคัญกับการครองบอลและการเซ็ตบอลจากแนวรับ นักเตะอย่าง อเลสซานโดร บาสโตนี่ จะมีบทบาทในการเติมเกมรุกมากขึ้นกว่าเดิม
เขามักจะปรับเปลี่ยนระหว่าง 3-4-2-1 และ 4-3-3 ตามสถานการณ์ของคู่แข่ง ซึ่งทำให้อินเตอร์เดาทางได้ยากขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นการบีบพื้นที่สูงทันทีที่เสียบอล แต่เป็นการบีบแบบมีระเบียบ (Zonal Pressing) เพื่อลดภาระของกองหลังตัวกลางที่อาจจะเริ่มมีอายุ
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญต่อการดันดาวรุ่ง นี่คือจุดแข็งที่สุดของ อินเตอร์ ในยุค คิวู เนื่องจากเขาคุมทีมเยาวชนมานาน เขาจึงกล้าส่งนักเตะดาวรุ่งที่เขารู้ศักยภาพดีลงสนามในเกมใหญ่ ทำให้อินเตอร์มี “พลังงานใหม่ๆ” และลดภาระการใช้จ่ายในตลาดซื้อขาย
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ อินเตอร์ ต้องการเพิ่มเติมคือการหมุนเวียนนักเตะในแดนกลางและวิงแบ็ก เพราะแม้จะมีนักเตะทดแทนคุณภาพกันได้ แต่โปรแกรมที่ถี่ทำให้เกิดอาการล้า ซึ่งการเสริมในจุดนี้ก็เพื่อไม่ให้เกิดอาการล้าในช่วงท้ายฤดูกาล
ด้าน เอซี มิลาน กลับมามีฤดูกาลที่ดี พวกเขามีเกมรุกที่น่ากลัวจาก คริสเตียน พูลิซิช และการเข้ามาของตัวเก๋าอย่าง ลูก้า โมดริช อย่างไรก็ตาม ยังมักเสียคะแนนในเกมที่ควรชนะจากการปิดเกมไม่ลงหรือความผิดพลาดส่วนบุคคลในแนวรับ

สิ่งที่ต้องเปลี่ยนนั่นคือเรื่องของความเด็ดขาดในการปิดเกมสวนกลับ และการจัดระเบียบเกมรับในสถานการณ์กดดัน ซึ่งเป้าหมายเสริมทัพตอนนี้ เอซี มิลาน มีข่าวเชื่อมโยงกับ นิคลาส ฟุลล์ครูก หรือกองหน้าสไตล์ Target Man เพื่อเพิ่มมิติในเขตโทษ และอาจมองหาเซนเตอร์แบ็กสำรองคุณภาพดีมาสแตนด์บายเพิ่มเติม
แชมป์เก่าอย่าง นาโปลี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ก็ยังคงมีลุ้นป้องกันแชมป์เช่นกัน พวกเขากลับมาเป็นทีมที่แพ้ยากและมีวินัยสูงมาก แต่บางครั้งทีมดูจะพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของแนวรุกมากเกินไป
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือการเพิ่มความหลากหลายในวิธีการเข้าทำเมื่อเจอทีมที่ตั้งรับลึก และตอนนี้ คอนเต้ กำลังมองหาวิงแบ็กฝั่งซ้ายที่สามารถยกระดับเกมรุกได้มากกว่าที่มีอยู่ และกองกลางตัวสร้างสรรค์เกมมาช่วยสลับกับ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์
ทางฝั่งของ ยูเวนตุสแม้จะเสริมทัพกองหน้าอย่าง โจนาธาน เดวิด เข้ามาในช่วงหน้าร้อน แต่ “ม้าลาย” ยังประสบปัญหาเรื่องการลำเลียงบอลจากกลางไปหน้า ทำให้เกมรุกดูขาดตอนในหลายนัด
การขับเคลื่อนเกมในแดนกลางเป็นสิ่งที่ ยูเวนตุส ต้องการจังหวะการเล่นที่รวดเร็วมากกว่าที่เป็นอยู่ และพวกเขาต้องการนักเตะที่เป็นมิดฟิลด์ตัวคุมจังหวะเกมเพิ่มเติม แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ (FFP) แต่การยืมตัวพ่วงออปชั่นซื้อขาดสำหรับดีลที่สนใจอาจเป็นทางออกที่ดี
อีกหนึ่งทีมหัวตารางอย่าง โรม่า ภายใต้การคุมทีมของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ มีเกมรับที่เหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งในลีก แต่ปัญหาคือการขาดหายไปของนักเตะหลักที่ไปรับใช้ชาติในศึก AFCON ที่กระทบผลงานในช่วงนี้
และจนถึงตอนนี้สิ่งที่ โรม่า ต้องการมากที่สุดคือขุมกำลังแดนหน้าที่มีปัญหามาตั้งแต่ต้นเลกแรกที่ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ ดังนั้นการเพิ่มประสิทธิภาพของกองหน้าตัวเป้าน่าจะทำให้พวกเขามีผลงานดีขึ้น
ตลาดมกราคม 2026 จะไม่ใช่แค่การซื้อเพื่ออนาคต แต่เป็นการ “ซื้อเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” สำหรับทีมที่ลุ้นแชมป์และพื้นที่ยุโรป แต่ใครจะเสริมทัพได้ตอบโจทย์กว่ากัน ยังเป็นสิ่งที่ต้องรอติดตาม และแฟนบอลที่สนใจ ทีเด็ด SBOTOP และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2025 ทีเด็ดเดิมพัน รวมถึงข่าวอัพเดต กัลโช่ เซเรียอา อิตาลี 2025 ผลการแข่งขัน สามารถติดตามได้ที่นี่
●●●
เข้าชมบล็อคของเราเพื่อดูข้อมูลต่างๆ และค่าอ๊อดส์ที่หลากหลายของฟุตบอล
อัพเดทข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับกีฬาและการเดิมพัน




