ศึก เอล กลาซิโก้ อาจกลายเป็นเกมตัดสินแชมป์?
บาร์เซโลน่า จะลงสนามทำศึก เอล กลาซิโก้ ลา ลีกา 2025 อีกครั้งในวันที่ 11 พฤษภาคม 2025 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เกมนั้นอาจกลายเป็นแมตช์ตัดสินแชมป์ลีกแดนกระทิงดุซีซั่นนี้
เกมดังกล่าวถูกจัดอยู่ใน 4 เกมสุดท้ายของฟุตบอลลีกสเปน โดยสถานการณ์ปัจจุบัน บาร์ซ่า รั้งจ่าฝูงมี 60 แต้ม จาก 27 เกม ส่วน เรอัล มาดริด รั้งรองจ่าฝูง มี 60 คะแนนเท่ากัน แต่แข่งมากกว่า บาร์ซ่า 1 นัด ทำให้ เจ้าบุญทุ่ม มีความได้เปรียบเล็กน้อยกับโอกาสเก็บแต้มเพิ่มในช่วงที่เหลือ
มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกาได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ บาร์เซโลน่า กลับสู่ความยอดเยี่ยม หลังได้ ฮันซี่ ฟลิค เข้ามาคุมทัพ
หากมองถึงโอกาสที่ มาดริด จะแซง บาร์ซ่า กลับมาเป็นจ่าฝูง แน่นอนว่าโอกาสยังเปิดกว้าง เพราะหลังจากได้ผู้เล่นที่บาดเจ็บกลับมาสู่ทีม ผลงานของ ราชันชุดขาว ดีขึ้นทันตา ยิ่งไปกว่านั้นผู้เล่นอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก็ยิงประตูให้กับทีมได้อย่างต่อเนื่อง นั่นทำให้ มาดริด พร้อมที่จะคว้าชัยชนะในทุกๆ เกมต่อจากนี้
การเริ่มต้นของ เอ็มบัปเป้ กับ มาดริด อาจไม่ได้ร้อนแรง โดยมีการวิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ โดยเฉพาะเรื่องของตำแหน่งในสนาม แต่สุดท้าย อันเช่ ก็จับอดีตดาวเตะของ เปแอสเช ไปเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้า โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ครองตำแหน่งปีกซ้าย ส่วน โรดรีโก้ อยู่ทางขวา และ จู๊ด เบลลิงแฮม เล่นกองกลางที่จะคอยช่วยเติมขึ้นไปสนับสนุน ทำให้เกมรุกของ มาดริด ลงตัว และพร้อมจะรักษาแชมป์ในซีซั่นนี้
ไม่เพียงแต่ผู้เล่นในแนวรุกเท่านั้น แต่ ราอูล อเซนซิโอ แนวรับคนสำคัญก็โดดเด่นเช่นกัน เขาคือคนที่มีส่วนช่วย มาดริด ทำผลงานได้ดีในลีก โดยเป็นเจ้าของสถิติเคลียร์บอลสำเร็จ 53 ครั้งจากการลงเล่น 15 นัดในลาลีกา มากกว่านักเตะเรอัล มาดริดทุกคนในรายการนี้ตั้งแต่ที่เขาลงเล่นนัดแรก และมากที่สุดสำหรับนักเตะเรอัล มาดริด ทุกคนหลังจากลงเล่น 15 นัดแรกในลีก นับตั้งแต่ที่ นาโช่ เคยทำได้ในปี 2013 (60)
อย่างไรก็ดี หลังจากช่วงพักเบรกทีมชาติ เรอัล มาดริด จะต้องเผชิญกับโปรแกรมสุดโหด เริ่มตั้งแต่ในศึกลาลีกาเริ่มที่จะได้ลงเล่นในซานติอาโก เบร์นาเบวพบกับเลกาเนส ต่อด้วย นัดที่สองของรอบรองชนะเลิศของโกปา เดล เรย์ ที่ต้องเจอกับ เรอัล โซเซียดาด ที่พวกเขาเอาชนะมาได้ก่อน 1-0 ในการเจอกันนัดแรก ก่อนกลับมาเจอกับบาเลนเซียในลาลีกา
และมาเล่นรอบก่อนรองชนะเลิศของแชมเปี้ยนส์ลีกเยือนและเหย้ากับอาร์เซน่อล ที่จะคั่นด้วยเกมลีกกับอลาเบส ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อความล้าของนักเตะ และเสี่ยงที่จะบาดเจ็บอีกครั้งจากนั้นเมื่อจบแมตช์ที่ 2 กับ อาร์เซนอล พวกเขาจะพบกับแอธเลติก บิลเบา ตามด้วย เกตาเฟ่, เซลต้า บีโก้ และ จะเจอกับ บาร์ซ่า ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2025

ขณะที่ บาร์เซโลน่า พวกเขายังมีลุ้นทั้งแชมป์ โกปา เดล เรย์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เช่นกันซึ่งโปรแกรมที่เหลือในทุกรายการ พวกเขาต้องเจอทีมที่แข็งแกร่งทั้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือ แอตเลติโก มาดริด ซึ่งจะสร้างความยากลำบากต่อการลุ้นแชมป์ลีกอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามความยอดเยี่ยมของผู้เล่นอย่าง ราฟินญ่า, เปดรี้, ดานี่ โอลโม่, ลามีน ยามาล และผู้เล่นรายอื่นๆ ก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าโปรแกรมที่หนักหน่วง
รวมไปถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ศูนย์หน้าวัยเก๋าก็ยังคงอัดแน่นไปด้วยประสิทธิภาพที่จะช่วยทีมกลับไปทวงแชมป์ลีกให้ได้ ซึ่งเขายิงไปแล้ว 35 ประตูจาก 40 เกมในฤดูกาลนี้ในทุกรายการ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาในฤดูกาลเดียวนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับบาร์ซ่าด้วย และเขายังเป็นผู้เล่นคนแรกที่เขายิงได้ในจำนวนที่ใกล้เคียงที่ ลิโอเนล เมสซี่ เคยทำได้ในฤดูกาล 2020/21 (38 ประตูจาก 47 เกม)
ดังนั้น เอล กลาซิโก้ ที่จะเกิดขึ้นในเกมต่อไป นอกจากจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม มันยังเป็นแมตช์ที่อาจจะชี้ชะตาแชมป์ของฤดูกาลเลยก็เป็นไปได้เช่นกัน
และสำหรับแฟนๆ ที่สนใจ ทีเด็ด SBOTOP และ ลา ลีกา 2025 ทีเด็ดเดิมพัน รวมไปถึง ข่าวฟุตบอลสเปน สามารถติดตามข่าวได้ที่นี่
●●●
เข้าชมบล็อคของเราเพื่อดูข้อมูลต่างๆ และค่าอ๊อดส์ที่หลากหลายของฟุตบอล
อัพเดทข่าวสารทุกอย่างเกี่ยวกับกีฬาและการเดิมพัน